วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

บทที่ 1 ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว


อุตสาหกรรม หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ เงินทุน แรงงาน วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และการจัดการมารวมกันเพื่อผลิตสินค้า และบริการอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์


อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่างๆ มาผลิตบริการอย่างใดอย่างหนึ่งด้านการท่องเที่ยว ที่ก่อให้เกิดความสะดวกสบายหรือความพึงพอใจ และขายบริการด้านการท่องเที่ยวนั้นให้แก่ผู้เยี่ยมเยือน


องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว (องค์ประกอบหลัก)

สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยวธุรกิจการคมนาคมขนส่งธุรกิจที่พักแรมธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร

องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว (องค์ประกอบเสริม)

ธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึก

ธุรกิจ MICE

การบริการข่าวสารข้อมูล

การอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัย

การอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกเมือง


ความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ทางเศรษฐกิจ

1.เป็นแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศ
2.
ช่วยลดปัญหาการขาดดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ

3.ช่วยสร้างอาชีพและการจ้างงาน

4.ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้

5.ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตทางเศรษฐกิจ


ทางสังคมและวัฒนธรรม

1.ช่วยยกมาตรฐานการครองชีพของคนในท้องถิ่น

2.ช่วยสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่สังคม

3.ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

4.ช่วยก่อให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา

5.ช่วยลดปัญหาความแออัดในเมืองหลวง

6.ช่วยเกิดให้เกิดการนำทรัพยากรที่ไร้ค่าในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า


ทางด้านการเมือง

1.ช่วยสร้างสันติภาพและความสามัคคี

2.ช่วยส่งเสริมความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ

บทที่ 2 ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวจากยุคเริ่มต้นถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2


วิวัฒนาการของการท่องเที่ยว

อาณาจักร บาบิโลน ( Babylonian Kingdom) และ อาณาจักรอิยิปต์ ( Egyptian Kingdom)

- การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ ( Historic Antiquities) 2600 ปีมาแล้วในอาณาจักรบาบิโลน

- มีการจัดงานเทศกาลทางด้านศาสนา มีการพบหลักฐานจากข้อความที่นักเดินทางเขียนไว้ที่ผนัง หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ


จักรวรรดิกรีกและจักรวรรดิโรมัน
ลักษณะการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวสมัยกรีก

เป็นการปกครองแบบนครรัฐ (City State) ทำให้ไม่มีผู้นำสั่งการให้สร้างถนน จึงนิยมเดินทางทางเรือ

- สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า

- เดินทางเพื่อแสวงหาความรู้ เนื่องจากสมัยกรีกนี้มีนักปราชญ์เป็นจำนวนมาก อาทิ อริสโตเติล พลาโต โซเครติส- เพื่อการกีฬา โดนเฉพาะในกรุงเอเธนส์


สมัยโรมัน

ได้รวบรวมจักรวรรดิกรีก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร และได้นำเอาวัฒนธรรม ธรรมเนียม ความหรูหราต่างๆ ไปพัฒนาเป็นแบบโรมัน

- สมัยโรมันเป็นสมัยที่การท่องเที่ยวรุ่งเรืองที่สุดในยุคโบราณ

ยุคกลาง หรือ ยุคมืด ( Middle Age or Dark Age) ประมาณ ค.ศ. 500-1500

- เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ศาสนาเข้ามามีบทบาทในการกำหนดการดำเนินชีวิตของผู้คน

- วันหยุด (Holy Days) เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

- คนชั้นกลางและชั้นสูงนิยมเดินทางเพื่อแสวงบุญ ในระยะทางไกลในเมืองต่างๆ ตามหลักฐานที่ปรากฏเป็นนิทานเรื่อง Canterbury’s tales

- การเฟื่องฟูของอาชีพมัคคุเทศก์

ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ( Renaissance)

ลักษณะสำคัญของการท่องเที่ยวในยุคนี้คือ

- เกิดการพัฒนาทางด้านการค้า

- ผู้คนเริ่มใฝ่รู้เกี่ยวกับเรื่องของยุโรปสมัยก่อน

- อาจเรียกแกรนด์ทัวร์ว่า เป็นการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาก็ได้


สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18-19

- สังคมเริ่มเปลี่ยนจากเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม เกิดการล่าอาณานิคมขึ้น

- ที่พักแรมได้รับการพัฒนามาตามลำดับ กลายมาเป็นโรงแรม แทนที่ inns ต่างๆ

- การโยกย้ายถิ่นฐาน ไปยังดินแดนใหม่ๆ นอกยุโรป อาทิ ไป อเมริกา

- มีการพัฒนาประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ กับเรือกลไฟแบบกังหันข้างผสมใบ ทำให้เกิดการเดินทางได้เร็วขึ้น

- มีการพัฒนากิจการรถไฟ และในปี ค.ศ. 1841 โทมัส คุก ( Thomas Cook) ได้จัดนำเที่ยวทางรถไฟแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก ที่อังกฤษ ในขณะที่ เฮนรี เวลส์ ก็จัดกิจการนำเที่ยวขึ้นในอเมริกาเช่นกัน


ยุคศตวรรษที่ 20

การท่องเที่ยวยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความสะดวกสบายมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พักแรม เงินตรา เอกสารการเดินทาง

- ผู้คนหันมานิยมการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟลดน้อยลง

- พัฒนาของอุตสาหกรรมการบิน ที่เริ่มขึ้นในยุโรป ปี ค.ศ. 1919 และเริ่มขนส่งผู้โดยสาร ในช่วงหลักสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา

- ช่วงหลังสงครามโลก ผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางการสงคราม อาทิ หาดนอร์มังดีที่ฝรั่งเศส


วิวัฒนาการการท่องเที่ยวของไทย

สมัยสุโขทัย
-
การเดินทางเป็นไปอย่างอิสรเสรี โดยส่วนมากเป็นไปเพื่อการค้าขาย และทางศาสนา

- ส่วนมากเป็นการเดินทางภายในประเทศเท่านั้น


สมัยอยุธยา
เนื่องจากเป็นอาณาจักรใหญ่ และระบบสังคมเป็นแบบ ศักดินา ผู้คนไม่ค่อยมีอิสระในการเดินทางมากนัก นอกจากไปเพื่อการค้าเล็กๆ น้อย ส่วนด้านการเดินทางเพื่อการพักผ่อน ไม่ค่อยปรากฏ เพราะประชาชนส่วนมามีเวลาว่างไม่มากนัก มักจะอยู่กับบ้านมากกว่า

กลุ่มคนที่มีการเดินทางในสมัยอยุธยา มักจะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในชนชั้นปกครอง ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และบรรดาขุนนางทั้งหลาย ในบางครั้งอาจจะมีไพร่ทาสติดตามไปเพื่อรับใช้เช่นกันในประมาณปี ค.ศ. 1511 โปรตุเกสเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เดินทางเข้ามายังอาณาจักรอยุธยา ตามมาด้วย ญี่ปุ่น อังกฤษ สเปน ฮอลันดา ฝรั่งเศส


สมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์

เป็นความพยายามของพระมหากษัตริย์ทั้งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีและปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่พยายามจะทำฟื้นฟูความเป็นอยุธยาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จะพบว่า โครงสร้างของบ้านเมือง ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ จะคล้ายกับในสมัยอยุธยา

บทที่ 3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางนักท่องเที่ยว

แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวแตกต่างไปจากแรงจูงใจในวิชาจิตวิทยา เป็นตัวกำหนดบุคลิกภาพของบุคคลแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว หรือแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่เป็นแบบลูกผสมระหว่างแนวคิดทางจิตวิทยา (Psychological) ผสมกับแนวคิดทางด้านสังคมวิทยา (Sociological) แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวจึงหมายถึงเครือข่าย (Network) ส่วนที่เป็นพลังด้านจิตวิทยาคือความต้องการการพักผ่อนจากความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ความต้องการที่จะได้เห็นสิ่งที่แปลกใหม่ทฤษฎีต่างๆ เกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว

1.ทฤษฎีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น (Hierarchy of needs)

เป็นทฤษฎีของ Maslow กล่าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความต้องการ (wanting animals) และมนุษย์จะแสดงพฤติกรรมต่างๆ เพื่อที่จะสนองตอบความต้องการ (wants) และความต้องการจำเป็นต่างๆ (needs) ความต้องการของมนุษย์ไม่มีวันจบสิ้น Maslow ได้เสนอลำดับขั้นของความต้องการของมนุษย์ทั้งหลายรวม 5 ขั้น ซึ่งความต้องการเหล่านั้นจะเป็นตัวกระตุ้น (motivation)ในระดับล่างสุดคือ ความต้องการทางสรีระหรือความต้องการทางร่างกายซึ่งเป็นความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่รอด เช่น ความต้องการอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เมื่อความต้องการในระดับนี้ได้รับการตอบสนองจนพอใจแล้วความต้องการนี้ก็ไม่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมอีกต่อไป ความต้องการในระดับถัดไปคือความต้องการที่จะได้รับความปลอดภัยซึ่งรวมไปถึงความปลอดภัย เมื่อความต้องการในขั้นนี้ได้รับการตอบสนองความต้องการทางสังคมก็จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นตัวต่อไปได้แก่ความต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากสังคม ความต้องการทั้งสามระดับที่กล่าวถึงมาแล้วนี้เรียกว่าเป็นความต้องการในระดับพื้นฐานหรือความต้องการในระดับปฐมภูมิ ระดับปฐมภูมิคือความต้องการที่มุ่งเน้นในเรื่องของความภาคภูมิใจ (esteem) บางคนเรียกความต้องการนี้เรียกว่าความต้องการด้านอัตตา (ego needs) ในระดับสูงสุดของความต้องการทั้งหลายของคนเราคือ ความต้องการที่จะได้รับความสำเร็จ


2.ทฤษฎีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง (Travel Career Ladder)

ผู้นำเสนอทฤษฎีนี้คือ Philip Pearce ในแต่ละขั้นเกิดขึ้นทั้งจากบุคคลเป็นผู้กำหนดเอง (Self - direcded) และมีอีกส่วนหนึ่งเป็นการชักนำหรือกำหนดโดยผู้อื่น (Other - direcded) ยกเว้นความต้องการในขั้นสูงสุดหรือความต้องการความสำเร็จแห่งตนหรือความต้องการที่จะได้รับความพึงพออใจสูงสุด (Fulfillment needs) เป็นขั้นที่เกิดจากความต้องการของตัวบุคคลเป็นผู้กำหนดเอง


3.แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) ของ CromptonCrompton

ได้ทำการวิจัยเพื่อศึกษาถึงแรงจูงใจที่ผลักดันให้คนเรามีการเดินทางท่องเที่ยว เขาได้ทำการวิจัยนี้เมื่อปีค.ศ.1979 สรุปผลการวิจัยของเขาออกมาเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เกิดการเดินทางที่เขาเรียกว่า วาระซ่อนเร้น หรือ Hidden Agenda มีบางส่วนคล้ายกับทฤษฎีแรงจูงใจของ Maslow


4.แรงจูงใจทางการท่องเที่ยวในทัศนะของ Swarbrooke

ในหนังสือเรื่อง Consumer Behaviour in Tourism ของ John Swarbrooke จำแนกแรงจูงใจสำคัญๆ ที่ทำให้คนเดินทางออกเป็น 6 ส่วนได้แก่

1.)แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ

2.)แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม

3.)การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง

4.)การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาเพื่อสถานภาพ

5.)แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง

6.)แรงจูงใจส่วนบุคคล

แนวโน้วของแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว

Parce, Morrison และ Rutledge (1998) ได้นำเสนอแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว 10 ประการดังต่อไปนี้

1.แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสแวดล้อม

2.แรงจูงใจที่จะได้พบปะกับคนในท้องถิ่น

3.แรงจูงใจที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน

4.แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว

5.แรงจูงใจที่จะได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย

6.แรงจูงใจที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ

7.แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี

8.แรวจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย

9.แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม

10.แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง


โครงสร้างพื้นฐานหลักๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่

1.ระบบไฟฟ้า

2.ระบบประปา

3.ระบบสื่อสารโทรคมนาคม

4.ระบบการขนส่ง

-ระบบการเดินทางทางอากาศ

-ระบบการเดินทางทางบก

-ระบบการเดินทางทางน้ำ

5.ระบบสาธารณสุข

บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว


แหล่งท่องเที่ยว
คำจำกัดความ 3 คำ ที่จำเป็นในการศึกษาแหล่งท่องเที่ยว

1 ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว
Tourism Resources
2
จุดหมายปลายทาง
Desitation
3
สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว
Tourist Attraction

ลักษณะเฉพาะต่างๆได้แก่

1
ขอบเขต
Scoope
2
ความเป็นเจ้าของ

3
ความคงทนถาวร

4
ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้แบ่งแหล่งท่องเที่ยวออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
1 แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตก ทะเล เป็นต้น

2
แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น สถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ ได้แก่ ศาสนสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ

3
แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น เช่น งานประเพณีต่างๆ แห่นางแมว บุญบั้งไฟ สงกรานต์ เป็นต้น


แหล่งท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย
ภาคกลาง

ประกอบด้วย 21 จังหวัด ภาคกลางเป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ เป็นศูนย์รวมของแม่น้ำสายสำคัญหลานสาย พื้นที่บริเวณนี่จึงอุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ เป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ มีประชากรหลายเชื้อชาติเผ่าพันธ์ ก่ให้เกิดงานศิลป์ที่งดงามตามวัดต่างๆ บางแห่งได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกที่ต้องรักษาไว้ร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของถ้ำอันสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมของชาติ ได้แก่พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นต้น และยังเป็นศูนย์รวมทางด้านการค้า ห้างสรรพสินค้าอีกด้วย

ภาคเหนือ
ประกอบด้วย 17 จังหวัด ภาคเหนือมียอดเขาสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ คือ ยอดเขาดอยอินทนนท์อยู๋ในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่บริเวณภาคเหนือมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกข้าว พืชไร่ และผลไม้อีหลากหลายชนิด ภาคเหนือยังเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของปรนะเทศไทย อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พระธาตุดอยสุเทพ และวัดวาอารามอีกจำนวนมาก อีกทั้งยังมีหัตถกรรมที่สร้างสรรค์เป็นข้าวของเครื่องใช้และของที่ระลึกที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นสินค้าส่งออก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประกอบด้วย 17 จังหวัดเป็นแหล่งของต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย แม่น้ำพรมแม่น้ำชีและลำตะคอง ทางทิศใต้มีเทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาพนมดงรักกั้นระหว่างภาคอีสานชองไทยกับกุมพูชาและลาว ทางตอนใต้มียอดเขาเขียวที่สูงที่สุดสูงประมาณ 1292 เมตร ส่วนตอนกลางของภาคมีเทือกเขาภูพานทอดตัวจากเหนือลงสู่ทิศใต้ แบ่งภาคอีสานเป็น 2 ส่วนคือ แอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร แหล่งท่องเที่ยวมีหลากหลาย เช่น ภูเรือ ภูกระดึง ภูหลวง และเขาใหญ่ เป็นต้น

สินค้าที่ระลึกที่สำคัญ ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอม์อ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องจักรสานและเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น

ภาคตะวันออก
ประกอบด้วย 4 จังหวัด ลักษณธเป็นที่ราบสลับภูเขาลูกเตี้ยๆ มีแม่น้ำสำคัญได้แก่ แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำระยอง และแม่น้ำแสร์ ซึ่งไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย อีกทั้งยังมีเกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะสีชัง เกาะกูด เกาะเสม็ด เกาะมัน ในจังหวัดชลบุรีบริเวณปากแม่น้ำเป็นพื้นที่ชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆในภูมิภาคตะวันออก และยังเป็นแหล่งรวมแร่อัญมณีที่มีค่าของประเทศ

ภาคใต้
ประกอบด้วย 14 จังหวัด ทุกจังหวัดของภาคใต้มีเขต ติดต่อกับทะเล ยกเว้นจังหวัดยะลา ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ ป่าไม้ ภูเขา หาดทราย น้ำตก ภ้ำ ทะเลสาบ มีเทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต เทือกเขานครศรีธรรมราช โดยมีเทือเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทยกับมาเลเซีย มีแม่น้ำสายที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำตาปี แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำท่าทอง แม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำตรัง กิจกรรมงานประเพีณีของภาคใต้ อาทิเช่น การแสดงโนราห์ หนังตะลุง รองเง็ง การชนวัว งานแข่งเรือกอและ งานกินเจ เป็นต้น


ในประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการจัดเป็นมรดกโลกทั้ง5 แหล่งประกอบด้วยมรดกโลกทางธรรมชาติ และมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้แก่
-
สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร

-พระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่าแก่ของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรือง

-แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง แหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร- ห้วยขาแข้ง ผืนป่าเขาใหญ่

- ดงพญาเย็น

บทที่ 5 การการคมนาคมขนส่ง

การคมนาขนส่ง หมายถึง กระบวนการที่เกี่วข้องกับการเคลื่อนย้าย คน สัวต์ สิ่งของ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยสื่อกลางต่างๆ ภายใต้ราคาที่ได้ตกลงกันไว้

ประเภทธุรกิจคมนาคมขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว
1ธุรกิจการขนส่งทางบก

-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ

-
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนตร์ส่วนบุคคล

-
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถเช่า

-
รถตู้เพื่อนันทนาการ

-
รถโดยสารเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว


2ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ
การเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้

- เรือเดินทะเล

-
เรือสำราญ

-
เรือข้ามฟาก

-
เรือใบและเรือยอร์ช


3 ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ
การเดินทางท่องเที่ยวทางอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ดังนี้

-
การบินลักษณะเที่ยวประจำ เป็นการบินระหว่างเมืองต่อเมือง มีตารางบินที่แน่นอน

-
เที่ยวบินประจำภายในประเทศ

-
เที่ยวบินประจำระหว่างประเทศ

-
การบินลักษณะเที่ยวบินไม่ประจำ

-
การบินลักษณะเที่ยวบินเช่าเหมาลำ

บทที่ 6 ที่พักแรม

ธุรกิจที่พักแรมในสากล/ต่างประเทศ
ธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย

ธุรกิจที่พักแรมสำหรับบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 4 มีชาวตะวันตกเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก โรงแรมที่สำคัญในอดีตได้แก่
-
โอเรียลเต็ลโฮเต็ล

-โฮเต็ลหัวหิน หรือโรงแรมรถไฟหัวหิน
-
โฮเต็ลวังพญาไท

-
โรงแรมรัตนโกสินทร์

ปัจจัยพื้นฐานในการบริการที่พักแรม
ต้องคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญได้แก่

-
ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้พัก

-
ความสะอาดและสุขอนามัยในสถานที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม และบริการที่เกี่ยวข้อง

-
ความสะดวกสบายจากบริการสิง่อำนวยความสะดวกที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้พักกลุ่มต่างๆ

-
ความเป็นส่วนตัว

-
บรรยากาศการตกแต่งที่สวยงาม

-
ภาพลักษณ์ของกิจการและอื่นๆ


ประเภทที่พักแรม
ประเภทที่พักแรมสามารถจำแนกเป็น 2 กลุ่มสำคัญได้แก่ โรงแรมและที่พักนักท่องเที่ยว

1
โรงแรม หมายความว่า สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง หรือบุคคลอื่นโดยมีค่าตอบแทน

1.1
เกณฑ์การจำแนกประเภทโรงแรม

-
ด้านที่ตั้ง

-
ด้านขนาด

-
ด้านจุดประสงค์ของผู้มาพัก

-
ด้านราคา

-
ด้านระดับการบริการ

-
ด้านการจัดระดับมาตรฐานโดยใช้สัญลักษณ์

-
ด้านความเป็นเจ้าของและรูปแบบการบริหาร


โรงแรมอิสระ เป็นโรงแรมที่เจ้าของกิจการดำเนินการเอง ตามนโยบายและวิธีการที่กำหนดขึ้นเองอย่างอิสระ มีอำรนาจในการบริหารโดยสมบูรณ์ทำให้คล่องตัวในการจัดการ
โรงแรมจัดการแบบกลุ่ม/เครือหรือเชน เป็นโรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการแบบกลุ่ม มักใช้ชื่อประกอบการที่แสดงความเป็นสมาชิกในกลุ่มเดียวกัน โดยมีสำนักงานส่วนกลางควบคุมด้านนโยบาย มีข้อตกลงตามสัญญาในการดำเนอนธุรกิจร่วมกัน

2
ที่พักนักท่องเที่ยว

-
บ้านพักเยาชนหรือโฮสเทล เป็นที่พักราคาประหยัดพัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเดินทางท่องเที่ยวในดินแดงต่างๆ เพื่อสร้างมิตรภาพและสันติภาพในสังคมโลกและสร้างประสบการณ์เรียนรู้จากการเดินทาง การดำเนินการของกิจการเป็นแบบไม่หวังผลกำไรมีการจัดตั้งเป็นสมาคมบ้านเยาวชนในแต่ละประเทศ และทุกแห่งจะเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธืบ้านเยาวชนนานาชาติ

-
ที่พักพร้อมอาหารเช้าราคาประหยัด ได้แก่ บีแอนดฝืบี B&Bย่อมาจากBed abd Breakfast เพนชั่น ส่วนใหญ่เป็นบ้านให้เช่าพักในต่างประเทศ

-
ที่พักริมทางหลวง ได้แก่ โมเต็ล เป็นที่พักขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้หรือริมทางหลวงสายหลักหรือระหว่างเมือง ให้บริการห้องพักและที่จอดรถหน้าห้องพักในราคาแบบประหยัด มีสิง่อำนวยความสะดวกจำกัดและไม่มีบริการอาหาร เป้นที่พักที่ได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกา

-
ที่พักแบบจัดสรรเวลาพักหรือไทม์แชริ่ง เป็นที่พักบริการคล้ายโรงแรม ใช้วิธีจัดการเพื่อจัดสรรให้มีการหมุนเวียนเข้าพักในกลุ่มที่พักตักอากาศ ส่วนใหญ่เป็นอาคารที่พักที่มีการเฉลี่ยกรรมสิทธิ์ถือครอง โดยแต่ละหน่วยห้องพักคลายห้องชุดจะมีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถือกรรมสิทธิ์จากการเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในการซื้อผู้ร่วมถือกรรมสิทธิ์ใช้บริการตามจำนวนวันพักเฉลี่ยที่กำหนดไว้ต่อไป เป็นประเภทธุรกิจที่เติบโตและได้รับความนิยมมากในอเมริกา

-
เกสต์เฮ้าส์ เป็นที่พักขนาดเล็กราคาประหยัด ส่วยใหญ่ดัดแปลงมากจากบ้านพักเดิมที่เจ้าของแบ่งให้นักท่องเที่ยวเช่าพัก อาจจัดอาหารเช้าบริการให้หรือไม่มีก็ได้ มักตั้งอยู่ในย่านชุมชนหรือตามเมืองท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ

-
อาคารชุดบริการที่พักระยะยาวหรือเซอร์วิสอพาตเม้นท์ เป็นที่พักให้บริการห้องชุดสำหรับผู้พักระยะยาวป้นสัปดาห์/เดือน/ปี กิจกรรมจะเน้นบริหารห้องพักในรูปแบบคล้ายคลึงกับบริการโรงแรม มีห้องครัวปรุงอาหารให้

-
ที่พักกลางแจ้ง เป็นที่พักแบบประหยัดที่สุดในประเทศตะวันตก โดยจัดพื้นที่ลานกลางแจ้งสำหรับให้นักท่องเที่ยวที่นิยมใกล้ชิดธรรมชาติได้ตั้งค่ายหรือพักเต้นท์หรือเช่าจอดรถพ่วงซึ่งภายในรถมีทั้งที่นอน ห้องน้ำและบริเวณครัว

-
โฮมสเตย์ หรือที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท เป็นรูปแบบบริการที่พักพร้องกิจกรรมท่องเที่ยว ที่พักมีลักษณะเป็นบ้านพักที่นักท่องเที่ยวพักร่วมกับเจ้าของบ้านและได้ร่วมกิจกรรมเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนนั้น


แผนกงานโรงแรม
-
แผนกงานส่วนหน้า รับผิดชอบการรับจองห้องพัก การต้อนรับ ลงทะเบียน บริการข้อมูล ขนย้านสัมภาระ

-
แผลกงานแม่บ้าน รับผิดชอบการจัดเตรียมห้องพักแขก การซักรีด จัดดอกไม้

-
แผนกอาหารและเครื่องดื่ม รับผิดชอบกระบวนการผลิต การบริการอาหาร

-
แผนกขายและการตลาด รับผิดชอบวางแผนตลาด และควบคุมการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ

-
แผลกบัญชีและการเงิน ดูแลจัดทำบัญชีและควบคุมการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ

-
แผนกทรัพยากรมนุษย์ ในบางกิจการขนาดเล็กและเป็นแผนกบุคคล


ประเภทห้องพัก
-Single ห้องพักสำหรับนอนคนเดียว

-Twin
ห้องพักเตียงคู่แฝด

-Double
ห้องพักเตียงคู่ที่เป็นเตียงเดียวขนาดใหญ่ สำหรับนอนได้ 2 คน

-Suit
ห้องชุดที่ภายในประกอบด้วยห้องตั้งแต่ 2 ห้องขึ้นไปโดยกั้นเป็นสัดส่วนแบ่งเป็นห้องนอน และห้องนั่งเล่น

บทที่ 7 ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว

ตัวแทนการจำหน่ายการท่องเที่ยวที่สำคัญ 4 ประเภทคือ

1.แทรเวลเอเจนซี่

แทรเวล เอเจนซี่ หมายถึง ธุรกิจขายปลีกที่ได้รับอนุมัติให้เป็นตัวแทนขายสินค้าทางการท่องเที่ยวและช่วยเหลือในการวางแผนการท่องเที่ยวให้ลูกค้าด้วย

บทบาทหน้าที่ของแทรเวล เอเจนซี่

1 จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว

2 ทำการจอง

3 รับชำระเงิน

4 ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง

5 ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ

6 ช่วยดำเนินการในการซื้อบัตรโดยสาร

7 ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่นๆ

ประโยชน์ของการใช้บริการแทรเวล เอเจนซี่

1 แทรเวล เอเจนซี่มีความชำนาญในการหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยว มีความเป็นมืออาชีพ จึงสามารถเสาะหาสินค้าที่เหมาะสมได้ดีกว่าและรู้ปัญหาต่างๆมากกว่า

2 แทรเวล เอเจนซี่ สามารถหาข้อเสนอหรือราคาที่ดีที่สุด

3 แทรเวล เอเจนซี่ช่วยประหยัดเวลาและความลำบาก

4 แทรเวล เอเจนซี่ช่วยแก้ปัญหาได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหา

5 แทรเวล เอเจนซี่รู้จักผู้ประกอบการธุรกิจมากกว่า

6 แทรเวล เอเจนซี่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวดีกว่า

ประเภทของแทรเวล เอเจนซี่4 ประเภท คือ

1 แบบที่มีมาแต่เดิม A Conventional

2 แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ต Online Agencies

3 แบบที่ชำนาญเฉพาะทาง Specialized Agencies

4แบบที่ประกอบธุรกิจจากที่พัก Home-Based Agencies

2.บริษัททัวร์

บริษัททัวร์ หมายถึง ธุรกิจที่จัดทำทัวร์แบบเหมาจ่ายหรือจัดนำเที่ยว

ประโยชน์ของการใช้บริการบริษัททัวร์

1 ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

2 ประหยัดค่าใช้จ่าย

3 ได้ความรู้

4 ได้เพื่อนใหม่

5 ได้ความสบายใจและรู้สึกปลอดภัย

6 ไม่มีทางเลือกอื่น

ประเภทของทัวร์

มี3 ประเภท คือ

1 ทัวร์แบบอิสระ Independent Tour

2 ทัวร์แบบไม่มีผู้นำเทื่ยว Hosted Tour

3 ทัวร์แบบมีผู้นำเที่ยว Escorted Tour

3.บริษัทรับจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวDestination Management Company or DMC

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้คำจัดความดังนี้ บริษัทที่ดำเนินจัดการเรื่องการขนส่งภาคพื้นดิน การจัดงานเลี้ยง โรงแรมและนำเที่ยวให้แก่กลุ่มท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัล Incentive Groupบริษัทเหล่านี้มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในการจัดการบริการด้านต่างๆ ณ แหล่งท่องเที่ยวบริษัทเอกชนต่างๆนิยมติดต่อบริษัทรับการจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวให้ดำเนินการจัดการท่องเที่ยวให้กับกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัล

4.บริษัทรับจัดการประชุม Meeting Planner

บริษัทรับการประชุมมีบทบาทหน้าที่ดังนี้

-เลือกสถานที่สำหรับการประชุม

-จองห้องพัก

-จองห้องประชุมและอุปกรณ์สำหรับการประชุม

-ดำเนินการวางแผนด้านอาหารและเครื่องดื่ม

-วางแผนโปรแกรมสำหรับผู้เข้าประชุมและผู้ติดตาม

-ประสานงานกับผู้จัดการประชุมของโรงแรมและสถานที่จัด

-ประสานงานกับวิทยากรหรือผู้รับเชิญ

-ดำเนินการวางแผนด้านการรักษาความปลอดภัยหรือแก้ไขวิกฤต

-บริการด้านการเดินทางและขนส่ง

-ประเมิณผลงานเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง